แยก "บรรยาย" กับ "พรรณนา" ไม่ออกใช่ไหม? สรุป 5 โวหารการเขียนฉบับเข้าใจง่าย สอบสนามไหนก็รอด!
เรื่องนี้ต่างจาก "โวหารภาพพจน์" (ที่เปรียบเทียบเป็นคำๆ) นะครับ อันนี้คือ "สไตล์ภาพรวม" ของงานเขียนชิ้นนั้นว่าผู้เขียนเขามีเจตนาจะสื่อสารกับเราแบบไหน ซึ่งในภาษาไทยเราแบ่งแก๊งค์หลักๆ ออกเป็น 5 ประเภท มาดูกันเลย!
1. บรรยายโวหาร : เน้น "รู้เรื่อง"
อันนี้คือพื้นฐานที่สุด เจอบ่อยที่สุด คอนเซปต์คือ "เล่าเหตุการณ์ตามลำดับเวลา" เน้นข้อเท็จจริง ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร จบ.
- 📌 จุดสังเกต: อ่านแล้วรู้เรื่องราว มีการเคลื่อนที่ของเวลา เหตุการณ์ A เกิดก่อน แล้วตามด้วย B แล้วตามด้วย C
- มักเจอใน: ข่าว, หนังสือประวัติศาสตร์, บันทึกประจำวัน, การรายงานข้อเท็จจริง
- ตัวอย่างสั้นๆ: "เมื่อวานนี้ฝนตกหนัก น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก ตำรวจต้องเร่งระบายรถ" (เห็นภาพเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่ใส่อารมณ์)
2. พรรณนาโวหาร : เน้น "รู้สึก / เห็นภาพ"
นี่คือคู่ปรับตัวฉกาจของบรรยายโวหาร! พรรณนาคือการ "วาดภาพด้วยคำพูด" ไม่เน้นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหลัง แต่เน้นให้คนอ่านเห็นแสง สี เสียง ได้กลิ่น สัมผัสถึงอารมณ์ความรู้สึก
- 📌 จุดสังเกต: ใช้คำวิเศษณ์ เยอะๆ คำขยายความเยอะๆ อ่านแล้วเคลิ้ม เวลาในเรื่องมักจะหยุดนิ่งเพื่อโฟกัสที่จุดใดจุดหนึ่ง
- มักเจอใน: นิยาย (ตอนบรรยายฉากหรือความรู้สึกตัวละคร), บทกวี, บทชมธรรมชาติ
- ตัวอย่างสั้นๆ: "สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย หยาดน้ำใสเกาะพราวอยู่บนยอดหญ้าเขียวขจี กลิ่นดินชื้นไอฝนลอยอบอวลชวนให้รู้สึกเหงาจับใจ" (เน้นบรรยากาศและความรู้สึก ไม่เน้นเหตุการณ์)
⚠️ จุดวัดใจ: แยก "บรรยาย" vs "พรรณนา" ยังไงไม่ให้พลาด?
ข้อสอบชอบเอาสองอันนี้มาหลอก ให้จำทริคนี้ของพี่ไว้ครับ:
- ถ้าอ่านแล้วตอบได้ว่า "เกิดอะไรขึ้นบ้าง ตามลำดับ" = บรรยาย (เน้น Action / Time Move)
- ถ้าอ่านแล้วตอบได้ว่า "ฉากนั้นหน้าตาเป็นยังไง / รู้สึกยังไง" = พรรณนา (เน้น Image / Emotion / Time Stop)
3. เทศนาโวหาร (Didactic Style): เน้น "สอนใจ"
จำง่ายๆ ว่า "เทศน์" เหมือนพระเทศน์นั่นแหละครับ คือการเขียนเพื่อสั่งสอน ชี้แนะ โน้มน้าวใจให้คนอ่านทำความดี ละเว้นความชั่ว หรือเห็นคล้อยตามในหลักการบางอย่าง
- 📌 จุดสังเกต: มักมีคำว่า "ควร, ไม่ควร, จง, อย่า, พึง" หรืออ่านแล้วรู้สึกเหมือนกำลังโดนครูฝ่ายปกครองอบรมหน้าเสาธง
- มักเจอใน: พระบรมราโชวาท, โอวาท, คำสอนศาสนา, บทความแสดงความคิดเห็นเชิงสั่งสอน
4. สาธกโวหาร (Exemplary Style): เน้น "ยกตัวอย่าง"
คำว่า "สาธก" แปลว่า ยกตัวอย่างมาอ้างอิง โวหารนี้จะไม่มาเดี่ยวๆ ครับ แต่มักจะมาเป็นลูกน้องของโวหารอื่น (โดยเฉพาะเทศนาโวหาร) เพื่อทำให้สิ่งที่พูดมาน่าเชื่อถือขึ้น
- 📌 จุดสังเกต: มีการยกนิทาน ตำนาน เรื่องเล่า เหตุการณ์ในอดีต มาประกอบเพื่อสนับสนุนประเด็นหลัก
- ตัวอย่าง: (หลังจากสอนว่าให้มีความเพียร ก็ยกตัวอย่าง...) "ดังเช่นเรื่องราวของพระมหาชนกที่เพียรว่ายน้ำในมหาสมุทรอยู่ถึง 7 วัน 7 คืน โดยไม่ย่อท้อ..." (ตรงที่ยกเรื่องพระมหาชนกมา นี่แหละคือสาธก)
5. อุปมาโวหาร : เน้น "เปรียบเทียบทั้งท่อน"
อันนี้ต้องระวัง! อย่าสับสนกับ "อุปมา" ในโวหารภาพพจน์นะ ถ้าภาพพจน์มันคือแค่ประโยคเดียว (สวยราวกับนางฟ้า) แต่ "อุปมาโวหาร" ในที่นี้คือการ **ยกเรื่องราว หรือสิ่งของมาเปรียบเทียบแบบยาวๆ ทั้งย่อหน้า** เพื่ออธิบายเรื่องที่เป็นนามธรรมให้เข้าใจง่ายขึ้น
- 📌 จุดสังเกต: เป็นการเปรียบเทียบเรื่องหนึ่งกับอีกเรื่องหนึ่งแบบเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่แค่คำสองคำ
- ตัวอย่าง: การเปรียบเทียบ "ชีวิตคนเรา" (นามธรรม) กับ "การล่องเรือในมหาสมุทร" (รูปธรรม) แล้วอธิบายยาวๆ ว่าเจอคลื่นลมเหมือนเจออุปสรรค ต้องถือหางเสือให้ดีเหมือนต้องมีสติ ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือการใช้อุปมาโวหาร
ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ลองวิเคราะห์โจทย์กัน
พี่มีข้อความ 2 แบบที่พูดถึงเรื่องเดียวกัน มาดูกันว่าน้องจะแยกออกไหมว่าอันไหนโวหารอะไร
🔥 โจทย์ท้าเซียน: แยกโวหารจากข้อความ
📜 ข้อความ A:
"เช้าตรู่วันนี้ สมชายตื่นขึ้นมาตอนตีห้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมอุปกรณ์การเกษตร ก่อนจะเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังทุ่งนาท้ายหมู่บ้านเพื่อเริ่มงานไถนาประจำวัน"
👉 วิเคราะห์: อ่านแล้วรู้ว่า ใคร(สมชาย) ทำอะไร(ตื่น,อาบน้ำ,ไปนา) เมื่อไหร่(เช้าตรู่) เป็นลำดับเหตุการณ์ชัดเจน ไม่มีการใส่อารมณ์ฟุ้งซ่าน
✅ คำตอบ: บรรยายโวหาร
📜 ข้อความ B:
"แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าทิศตะวันออกเป็นประกายเรืองรอง สายลมเย็นยามเช้าพัดเอื่อยๆ หอบเอากลิ่นไอดินและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกหญ้ามาแตะจมูก น้ำค้างเม็ดใสยังคงเกาะพราวอยู่บนยอดข้าวสีเขียวขจีในทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา..."
👉 วิเคราะห์: อ่านแล้วไม่รู้เลยว่าใครทำอะไร รู้แต่ว่าฉากตอนเช้ามันสวยมาก มีแสง มีลม มีกลิ่น มีภาพชัดเจน (เวลาแทบไม่เดินเลย)
✅ คำตอบ: พรรณนาโวหาร
สรุปสูตรจำสั้นๆ ก่อนเข้าห้องสอบ
จำคีย์เวิร์ดแค่นี้พอครับน้อง รับรองรอดทุกสนาม:
- บรรยาย: เล่าเรื่อง / เวลาเดิน / รู้เรื่องราว (Fact)
- พรรณนา: สร้างภาพ / เวลาหยุด / รู้สึก (Emotion/Image)
- เทศนา: สั่งสอน / ชี้แนะ / ควร-ไม่ควร (Teach)
- สาธก: ยกตัวอย่างประกอบ / นิทาน / ตำนาน (Example)
- อุปมา(โวหาร): เปรียบเทียบเรื่องยาวๆ ทั้งย่อหน้า (Long Comparison)
เรื่องโวหารการเขียนไม่มีอะไรน่ากลัวครับ แค่น้องจับ "เจตนา" ของคนเขียนให้ได้ว่าเขาต้องการสื่อสารอะไรกับเรา ก็ฟันธงคำตอบได้เลย ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ โดยเฉพาะการแยก บรรยาย vs พรรณนา นะครับ เพราะออกบ่อยที่สุด สู้ๆ นะครับ พี่เป็นกำลังใจให้!

